Menu

องค์การบริหารส่วนตำบลต้าผามอก

องค์การบริหารส่วนตำบลต้าผามอก  เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดเล็ก มีงบประมาณไม่มากนัก แต่มีพื้นที่ความรับผิดชอบกว้างใหญ่  ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่มีพื้นเพอาชีพด้านการเกษตร ประชากรอยู่อาศัยพึ่งพากันในลักษณะสังคมชนบทแบบเกษตรกรรม  ซึ่งให้ความสำคัญในการร่วมไม้ร่วมมือกันทำงาน ตามแบบฉบับการลงแขกทำงาน ที่มีมาแต่เดิมในสังคมต้าผามอก

ดังนั้น สมาชิกในชุมชนทุกภาคส่วน ทุกเพศ ทุกวัย จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น เริ่มจากการสะท้อนปัญหาและเสนอความต้องการผ่านช่องทางที่ อบต.มีไว้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สภาข่าวชาวบ้าน เครือข่ายศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เว็บไซต์ ประชาคมหมู่บ้าน ประชาคมตำบล เป็นต้น นอกจากนี้ ประชาชนยังมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของ อบต. ในการทำงานด้านต่างๆ อาทิ การให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง  และกรรมการตรวจสอบงานจ้าง ที่จะทำการหมุนเวียนชาวบ้านมาเป็นกรรมการฯ ไม่มีการผูกขาดโดยผู้ใดผู้หนึ่ง  และที่สำคัญ อบต.ต้าผามอก ยังสามารถร่วมแรงรวมใจชาวบ้านในพื้นที่ ให้ช่วยกันสร้างฝายหลวง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากแหล่งส่วนราชการใดเลย เน้นการใช้วัสดุต่างๆ จากในชุมชนที่มีอยู่ และอาศัยแรงงานราษฎรผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งฝายดังกล่าวถือเป็นฝายสำคัญที่จะช่วยให้มีน้ำใช้ทำการเกษตรในช่วยฤดูแล้ง  และป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำไหลหลาก  นอกจากนี้ ในประเด็นความโปร่งใส ยังเป็นอีกเรื่องที่ อบต.ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยจะเน้นการประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลต่างๆ ของ อบต. ถึงพื้นที่ เนื่องจาก อบต.มีพื้นที่มากถึง192 ตร.กม. ทำให้การแจ้งข้อมูลข่าวสาร เฉพาะการติดประกาศที่หน้า อบต. หรือ ผ่านเสียงตามสาย จะไม่สามารถทำได้ครอบคลุมทุกพื้นที่  ดังนั้น อบต. จึงพัฒนากลไกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาข่าวชาวบ้าน เครือข่ายศูนย์ข้อมูลข่าวสารประจำหมู่บ้าน  อบต.เคลื่อนที่  อบต.เคลื่อนล้อรับติดต่อร้องทุกข์  ฯลฯ ที่จะทำให้ชาวบ้านได้รับทราบข้อมูลข่าวสารจาก อบต.มากที่สุด ขณะเดียวกัน อบต.ยังได้รับทราบปัญหาความต้องการจากประชาชนในพื้นที่

 

สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ด้านความโปร่งใสและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ของ องค์การบริหารส่วนตำบลต้าผามอก ได้แก่

โครงการน้ำประปาดีเพราะมีแสงอาทิตย์ช่วย

            ระบบน้ำประปาหมู่บ้านในตำบลต้าผามอก เกิดมาจากพื้นฐานความไม่พร้อมของประชาชนที่จะร่วมกันใช้งานร่วมรับประโยชน์ เพราะเดิมประชาชนเคยใช้น้ำจากบ่อจากลำห้วยแม่ต้า โดยตักและสูบมาใช้กันแต่ละครัวเรือนตามวิถีชีวิตพื้นบ้านที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย ต่อมาทางราชการได้จัดสรรงบประมาณให้มีระบบน้ำประปาในหมู่บ้านขึ้นทุกหมู่บ้านเพื่อให้ได้ใช้น้ำสะอาด แต่ต้องเป็นไปตามระบบบริหารน้ำประปาหมู่บ้าน และร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าการบริการระบบน้ำประปา แต่ที่ผ่านมาระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านในตำบลต้าผามอก ต้องพบกับความล้มเหลวในการบริหารจัดการ ทุกหมู่บ้านต้องส่งคืนการบริหารระบบประปาให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลต้าผามอก เป็นเพราะหมู่บ้านไม่สามารถดำเนินการได้อีกต่อไป เนื่องจากประปาหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านขาดทุนซึ่งเกิดจากการใช้น้ำของแต่ละครัวเรือนใช้แบบฟุ่มเฟือยไม่ช่วยกันดูแล  ไม่ช่วยกันประหยัด  เช่นเปิดน้ำทิ้ง และท่อรั่วก็ไม่แจ้งให้ซ่อมแซม  ส่งผลให้ค่าน้ำที่เก็บได้ไม่เพียงพอกับค่าไฟฟ้าที่สูงมาก  อีกทั้งประชาชนขาดประสบการณ์ในการบริหารระบบประปา  คณะกรรมการหมู่บ้านเห็นว่าเพื่อให้ประปาหมู่บ้านอยู่รอด และบริหารงานต่อไปได้ จึงขึ้นค่าใช้น้ำเพื่อให้เพียงพอกับค่าไฟฟ้า  แต่ก็เกิดปัญหาตามมา คือ ประชาชนลาออกจากสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพราะทนรับค่าไฟไม่ได้  หันกลับไปใช้น้ำบ่อลำห้วยดังเดิม เมื่อสมาชิกลาออกเหลือสมาชิกจำนวนน้อย  คนที่เป็นสมาชิกต่อไปก็ทนรับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นต่อไปไม่ไหวจึงเหลือสมาชิกกลุ่มไม่กี่คน  คณะกรรมการหมู่บ้านจึงโอนระบบประปาหมู่บ้านให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลต้าผามอก เพื่อเข้าไปบริหารและช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแต่ละหมู่

อบต. จึงมีแนวคิดการนำพลังงานแสงอาทิตย์ (Sola Cell) ที่มีอยู่แล้วในตำบลมาใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากเดิมที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตน้ำสูง มุ่งแก้ไขปัญหาชาวบ้านที่ไม่ให้ความร่วมมือที่จะใช้น้ำประปาร่วมกัน โดย อบต.เริ่มต้นทำที่หมู่ที่ 4 เป็นหมู่บ้านแรก แล้วนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบให้เห็นถึงรายรับ-รายจ่าย จากเดิมที่ผ่านมากับแนวทางใหม่ รวมถึงชี้แจงให้ชาวบ้านเห็นถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยกันบริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อให้มีน้ำประปาที่สะอาด และมีราคาถูกใช้ จากผลอันเป็นรูปธรรมดังกล่าว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ยอมรับและเข้าร่วมโครงการมากขึ้น จนในปัจจุบันแนวทางนี้ ได้ขยายไปครอบคลุมทุกหมู่บ้านในตำบลต้าผามอก นำไปสู่ความร่วมมืออย่างยั่งยืนของระบบประปาหมู่บ้าน  ส่งผลให้ประปาหมู่บ้านมีเงินเหลือ สามารถตั้งเป็นกองทุน นำไปพัฒนาระบบกรองน้ำและให้สมาชิกกู้ยืมเป็นทุนในการประกอบอาชีพอื่นได้  นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนร่วมกันดูแล รักษาสงวนหวงแหนระบบประปาของตนเอง  ไม่มีสมาชิกคนใดใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือยเพราะทุกคนเป็นเจ้าของ  อีกทั้งมีน้ำเพียงพอแก่ทุกครัวเรือน ตลอดถึงการบริหารจัดการน่าเชื่อถือเป็นระบบ  ที่สำคัญ ระบบประปาหมู่บ้านของที่นี่สามารถใช้ได้จริง ไม่ตั้งเป็นอนุสาวรีย์ที่ใช้การไม่ได้เหมือนในหลายๆ ที่ของประเทศไทย

โครงการกระบวนการพัฒนาเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในชุมชนคนต้าผามอก

( ป่าชุมชน การผลิตถ่านอัดแท่ง น้ำยาชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ )

ประชากรตำบลต้าผามอก ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์มีอาชีพเกษตรกร และ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เป็นพื้นที่ป่า ดังนั้น คติของคนต้าผามอก คือ “ป่าอยู่ได้ชุมชนอยู่ได้” แต่ที่ผ่านมาปัญหาสำคัญในชุมชนต้าผามอก คือ เมื่อชาวบ้านตัดไม้ และนำวัตถุดิบจากป่ามาใช้อย่างฟุ่มเฟือย เช่น ไม้ไผ่ ที่นำมาแปรรูปเป็นไม้ตะเกียบ ชิ้นส่วนเศษที่เหลือนำไปทิ้งเป็นขยะสร้างปัญหาตามมาด้านสิ่งแวดล้อมมลภาวะ ในขณะที่ ประชาชนส่วนหนึ่งเป็นเกษตรกร ต้องการปัจจัยในการผลิตปุ๋ย แต่ยังใช้ปุ๋ยเคมีที่มาจากที่อื่น ซึ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ ช่วงว่างจากฤดูเก็บเกี่ยวประชาชนว่างงานก็มักจะเข้าป่าเพื่อหาของป่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

วิถีชีวิตแบบเดิมๆ ของคนต้าผามอกที่กล่าวมา ส่งผลต่อความเป็นอยู่ละคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม ดังนั้น อบต.จึงเน้นแนวทางแก้ปัญหาโดยอาศัยความร่วมมือจากชาวบ้านในทุกภาคส่วนเป็นกำลังสำคัญให้เกิดการแก้ปัญหาและมาตรการที่เป็นรูปธรรมและมีการบูรณาการเกิดขึ้น โดย มีแนวคิดว่าให้มีการปลูกป่าทดแทน ป่าที่ชาวบ้านตัดเพื่อนำไม้ไปทำตะเกียบ และนำเศษไม้ส่วนที่เหลือจากการทำตะเกียบ ไปเผาถ่านเพื่อจะได้ถ่านดิบในการนำไปอัดเป็นแท่ง และควันไฟที่เผาถ่านจะได้เป็นน้ำส้มควันไฟ เพื่อนำไปใช้เป็นน้ำยาชีวภาพเพื่อใช้ปราบศัตรูพืช และผสมเป็นการผลิตปุ๋ยอินทรีย์

ทั้งนี้ ในการดำเนินงาน อบต. ได้จัดประชุมประชาชนในตำบล โดยให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (ปลูกป่าทดแทน) กลุ่มผลิตถ่านอัดแท่ง กลุ่มผลิตถ่านดิบ กลุ่มผลิตน้ำยาชีวภาพ กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยให้กลุ่มประชาชนเหล่านี้เป็นเครือข่ายซึ่งกันและกันส่งผลผลิตให้แก่กันภายใต้เงื่อนไข ทุกคนต้องให้ความร่วมมือแก่กันต่อกัน

            จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบัน ในตำบลต้าผามอก มีป่าชุมชน 8 ป่าชุมชน จากเดิมไม่มีป่าชุมชนแต่เป็นป่าสงวนที่ทุกคนไม่มีความหวงแหนหลังจากมีป่าชุมชนเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนจะหวงแหนป่าชุมชนนี้ที่ปลูกป่ากันเอง โดยเฉพาะการปลูกไม้ไผ่เพื่อเอาไว้ใช้ตามขั้นตอนต่างๆทำให้ในชุมชนต้าผามอก มีกลุ่มทำไม้ตะเกียบ ไม้เสียบลูกชิ้น มีกลุ่มถ่านอัดแท่ง กลุ่มผลิตถ่านดิบ กลุ่มน้ำยาชีวภาพกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเกิดเป็นเครือข่ายบูรณาการการดำเนินการอย่างครบวงจร และช่วยในการดำเนินชีวิตของคนต้าผามอกหลายๆ ด้าน ดังนี้

                        -  ลดรายจ่าย เพราะมีผลผลิตมาใช้เอง จากทรัพยากรในท้องถิ่น

                        -  เพิ่มรายได้ เพราะมีอาชีพและรายได้เสริมจากการเพิ่มมูลค่าของที่มีอยู่

                        -  ประหยัดออม เพราะ ทุกอย่างผลิตเองใช้เอง ถ้าเหลือก็ขาย

                        -  มีป่าชุมชนเพิ่มเป็น 8 แห่ง ถือเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรด้วยความระวัง

                        -  สามัคคีและเอื้ออารีย์ต่อกัน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาชน

โครงการสร้างฝายหลวง ณ ลำห้วยแม่ต้า

ลำห้วยแม่ต้า เป็นแหล่งน้ำซึ่งเปรียบเหมือนสายเลือดของประชาชนในตำบลต้าผามอก ที่ต้องใช้น้ำจากลำห้วยแม่ต้านี้มาทำการเกษตรในช่วยฤดูแล้ง  และป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำไหลหลาก ทั้งนี้ จากการประชุมประชาคมตำบล จึงเกิดแนวคิดสร้างฝายถวายพ่อหลวงขึ้น โดยประชาชนต้าผามอกเห็นว่าควรสร้างฝายหลวงในตำบล 1 แห่ง  โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากแหล่งส่วนราชการใดเลย  ให้ใช้วัสดุต่าง ๆ  จากในชุมชนที่มีอยู่  และอาศัยแรงงานราษฎรผู้มีจิตศรัทธา

            โดยการดำเนินงาน อาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกหมู่เหล่าในตำบลร่วมดำเนินการ แยกประชาชนเป็นกลุ่มๆ ตามความสามารถและความถนัด  พวกหนึ่งไปหาไม้ไผ่มาเป็นแกน  พวกหนึ่งตักทรายใส่กระสอบ  พวกหนึ่งไปหาเสบียงอาหารในยามหิว  พวกหนึ่งหาทุนสมทบในการจัดซื้อวัสดุ  ปูนซีเมนต์  พวกหนึ่งเป็นฝ่ายผลิตอาหารส่งเสบียงผู้ใช้แรงงานต่างๆ และแล้วการสร้างฝาย กว้าง 3  เมตร ยาว  75  เมตร ขวางกั้นลำห้วยแม่ต้าก็เสร็จภายใน 3 เดือน ซึ่งเป็นฝายนามว่า “บวร”  บ้าน วัด  โรงเรือน ได้ประสบผลสำเร็จถวายเป็นพระราชกุศลในพระชนมายุครบ  84  พรรษา  อันเกิดจากความร่วมมือร่วมใจ  เป็นหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนในตำบลโดยแท้  ความสำเร็จของฝายหลวงนี้เกิดขึ้นได้มาจากใจทุกดวงของประชาชน  ที่ให้ความร่วมมือกันทั้งแรงกาย  แรงใจ  ทุนทรัพย์ต่างๆตามที่มีกัน  ขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้และผลพลอยได้จากการมีฝายหลวงนี้  คือ  น้ำที่กักเก็บได้นำมาใช้ทำการเกษตร  นำมาใช้ในครัวเรือน  นำไปสู่ความสุขที่ได้มีส่วนร่วมกันทุกครัวเรือน  และสร้างกุศลแก่ประชาชนเองด้วย  จนเป็นฝายต้นแบบของจังหวัดแพร่ที่หลายส่วนราชการและภาคประชาชน  มาศึกษาเป็นแบบอย่าง

โครงการบริหารราชการในตำบลภาคประชาชน

            เนื่องจากพื้นที่ของตำบลต้าผามอกเป็นป่าเขา และมีอาณาเขตกว้างขวางมาก ส่งผลให้การรับรู้ข้อมูลปัญหาและความต้องการจากประชาชน ตลอดจนการแจ้งข่าวสารต่างๆ แก่ประชาชน ทำได้ยากลำบาก ซึ่งส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ อบต. เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับอบต.ในการพัฒนาท้องถิ่นต่าผามอกให้มากที่สุด จึงได้จัดให้มีกลไกการดำเนินงานโดยวิธีการต่างๆ ที่จะให้ชาวบ้านได้รับรู้ รับทราบ ร่วมตรวจสอบ ร่วมมือแก้ไขปัญหา ร่วมทำงานกับ อบต.มากที่สุด อาทิ สภาข่าวชาวบ้าน เครือข่ายศูนย์ข้อมูลข่าวสารประจำหมู่บ้าน อบต.เคลื่อนล้อรับติดต่อร้องทุกข์  และ หน่วยข้อมูลข่าวสาร อบต.เคลื่อนที่

  • สภาข่าวชาวบ้าน  เป็นการจัดรูปแบบพุดคุยกลุ่มชาวบ้านในแต่ละชุมชน ในแต่ละเดือน  โดยจัดเวลาเช้าๆ  ในชุมชน  เมื่อ อบต.รับเรื่องจากชาวบ้านแล้ว ก็จะนำมาช่วยเหลือหรือแก้ไขต่อไป  หรือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เครือข่ายศูนย์ข้อมูลข่าวสารประจำหมู่บ้าน  เป็นการทำงานเชิงรุกของ อบต. ลงไปสู่ประชาชน  ที่เดิมมีศูนย์ข้อมูลอยู่เฉพาะที่ อบต. แต่เพราะแต่ละชุมชนอยู่ห่างไกล ไม่ทราบข้อมูลใน  อบต.  อบต.จึงไปจัดทำเป็นเครือข่าวศูนย์ข้อมูลขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านข้อมูล  ให้ประชาชนโดยเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ให้ประชาชนได้เร็วขึ้นและประชาชนเองได้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลของ อบต.เร็วขึ้นและสามารถตรวจสอบการทำงานของ อบต.  ได้ดียิ่งขึ้น
  • อบต.เคลื่อนล้อรับติดต่อร้องทุกข์  เป็นรูปแบบของ  อบต.ทำงานในเชิงรุก เพื่อต้องการพบประชาชนแล้วสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น  โดยการร้องทุกข์  ร้องเรียน พูดคุยกับ อบต.  อีกช่องทางหนึ่งได้รวดเร็วขึ้น  อบต.ได้เคลื่อนรถหน่วยร้องทุกข์ลงไปสู่พื้นที่ต่างๆ เพื่อรับเรี่องร้องทุกข์มาแล้ว  รีบดำเนินการแก้ไขให้ผู้ร้องทุกข์  ซึ่งในโครงการนี้จะได้ใจประชาชนที่สามารถแก้ไขอย่างรวดเร็ว  ความร่วมมือด้านอื่น ๆ  ของประชาชนต่อไปก็จะเร็วขึ้น  ประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น
  • หน่วยข้อมูลข่าวสาร อบต.เคลื่อนที่  เป็นหน่วยที่ติดตั้งไว้บนรถยนต์เคลื่อนที่ จะไปจอดไว้ตามจุดหรือชุมชนต่างๆ ที่ประชาชนสะดวกและใกล้ตัว เสมือนเป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารของ อบต. ขนาดย่อย ที่บริการให้ชุมชนที่ห่างไกลออกไป

โครงการปิดต่อมน้ำตาสั่งลายาเสพติด

จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ไม่น่าไว้วางใจ และ อบต.ต้าผามอก  เคยประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาแล้ว เพราะดำเนินการโดยลำพัง  มิได้ประสานงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขาดการร่วมมือจากประชาชน และผู้นำชุมชน ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยาเสพติด เพิ่มมากขึ้น 

ดังนั้น อบต.จึงได้นำวิธีการในลักษณะ ระบบกลุ่ม หรือ ระบบสังคม มาใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งการปฏิบัติการในรูปแบบดังกล่าว จะมีแบ่งกลุ่มครัวเรือน มีหัวหน้ากลุ่มครัวเรือน กลุ่มละประมาณ 10 ครัวเรือน โดยให้แต่ละกลุ่มดูแลกันเองในกลุ่มนั้น และแต่ละกลุ่มก็จะมีวิทยากรประจำกลุ่มให้คอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษาต่างๆ  ทั้งนี้ เป้าหมายของแต่ละกลุ่ม คือ ต้องผ่านการรับรอง จากคณะกรรมการฯ ที่ อบต.แต่งตั้งขึ้นซึ่งประกอบไปด้วยชาวบ้าน ข้าราชการ และผู้นำชุมชน ทั้งนี้ ในระหว่างการปฏิบัติการ ถ้าสมาชิกในกลุ่มใดยังมีบัตรสนเท่ห์ หรือ ถูกแจ้งว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่ จะไม่ได้รับการรับรอง ทั้งนี้ ในกลุ่มต้องใช้การกดดันผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนผ่านไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจะต้องมีการพิสูจน์โดยการตรวจทางวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ ถ้าหากว่าผ่าน จะได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการฯ ซึ่งจะมอบสติ๊กเกอร์ให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มไปติดที่ฝาบ้าน พร้อมมอบธงขาวชักขึ้นหน้าบ้านว่าบ้านนี้ปลอดยาเสพติดแล้ว  แต่ถ้าในภายหลังครอบครัวใด หรือคนในครอบครัวใด ในกลุ่ม เข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติดอีก กลุ่มที่ครอบครัวนั้นเป็นสมาชิกอยู่ ทั้งกลุ่มจะถูกยึดสติ๊กเกอร์คืนพร้อมริบธงสีขาวคืน ดังนั้นในกลุ่ม สมาชิกกันเอง จะต้องเฝ้าระวังกัน มิให้เกี่ยวข้องยาเสพติด  ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ถ้ากลุ่มใดผ่านการรับรองแล้ว จะมีการประกาศออกหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน เป็นการชื่นชมให้เกียรติ และเป็นการกดดันทำให้กลุ่มที่ยังไม่ผ่านหาวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะได้เป็นกลุ่มที่ผ่านบ้าง ทั้งนี้ถ้ากลุ่มใดหรือคนใดต้องการขอความช่วยเหลือในการเลิกยา อบต. ก็จะนำไปรักษาบำบัด ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแต่ละครัวเรือนจะบีบกันเอง  มีความกระตือรื้นร้น เพราะกลัวเสียหน้าในสังคม ถ้าไม่ได้รับการรับรอง  กลัวสังคมประณาม  ลูกหลานจึงอยู่ในความดูแลปกครองจากพ่อแม่อย่างเคร่งครัด ถือได้ว่าการปฏิบัติการดังกล่าวช่วยให้สังคมต้าผามอกปลอดยาเสพติดไปได้อย่างมากในปัจจุบัน