Menu

เทศบาลเมืองหนองปรือ

เทศบาลเมืองหนองปรือ วางแนวคิดหลักการบริหารในการเสริมสร้างเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง ด้วยบริบทของพื้นที่เมืองหนองปรือตั้งอยู่ใกล้กับเมืองพัทยาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาจากทั่วประเทศและทั่วโลก ส่วนหนึ่งมีจุดประสงค์เพื่อมาท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งมีจุดประสงค์เพื่อมาหางานทำในเมืองพัทยา ดังนั้น เมืองหนองปรือจึงกลายเป็นเมืองรองรับจากเมืองพัทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองหนองปรือเปรียบเสมือนเป็นห้องนอนและห้องครัวของผู้คนที่มาทำงานรองรับการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ประชาชนที่มาอาศัยอยู่มาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานภูมิภาคอาเซียน มีหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เมืองหนองปรือเป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดอย่างมาก การเจริญเติบโตดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เชิงบวก คือ เศรษฐกิจดี ประชาชนมีงานทำ เชิงลบ คือ มีการอพยบย้ายถิ่นมาอยู่ในพื้นที่มากขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่เป็นประชากรแฝง ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากหลายหน่วยงานและทุกภาคส่วนทั้งภาคขององค์กรของรัฐ องค์กรเอกชน และภาคประชาสังคม มาบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองหนองปรือในการเป็น “เมืองน่าอยู่ ผู้คนสมานฉันท์ ผูกพันวัฒนธรรม เลิศล้ำการเรียนรู้” โดยเทศบาลใช้วิธี “การพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวม ที่มีคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” เชื่อมโยงทุกมิติ คือ มิติตัวคน มิติทางการเมืองท้องถิ่น มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคมและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถเผชิญ ก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้น ทั้งระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม

 

สำหรับ เครือข่ายและการดำเนินงาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการเสริมสร้างเครือข่ายรัฐ เอกชน และประชาสังคม ของ เทศบาลเมืองหนองปรือ ได้แก่

โครงการศูนย์การเรียนรู้ศูนย์ 3 วัย พัฒนาผู้เรียนสู้ความเป็นเลิศตามศักยภาพผู้เรียนSBMLD (School Best Management Local Development)

เทศบาลเมืองหนองปรือใช้แนวคิด “ดึงพลังชุมชน หนุนพลังเด็ก” มาบริหารสถานศึกษาในสังกัดของตนเองโดยได้ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง ดี มีสุข ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไข พ.ศ. 2545) โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตามแนวความคิดการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management : SBM) ด้วยความเชื่อที่ว่า การตัดสินใจที่ดีที่สุดน่าจะเกิดจากการตัดสินใจของคณะบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย ที่อยู่ใกล้ชิดและมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักเรียนมากที่สุด จึงจัดให้มีโครงการศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์ 3 วัย กล่าวคือ วัยแรก คือ ผู้เรียน วัยสอง คือ ผู้ปกครองและครู วัยสาม คือ ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการบริหารตามความต้องการและจำเป็นของสถานศึกษาให้ผู้ปกครอง ครู นักเรียนและผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความประสงค์ที่ตกลงกันไว้ ทั้งสามวัยจะช่วยกันระดมความคิด (Plan) ร่วมตัดสินใจ (Decision Making) ร่วมทำ (Implementation) และร่วมประเมิน (Evaluation) เพื่อเกิดการจัดการสอนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มศักยภาพทั้งด้านความรู้ คุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมที่พึ่งประสงค์โรงเรียนได้จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระของหลักสูตรที่เหมาะสม มีการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษา ความต้องการผู้เรียนและมรดกของท้องถิ่น

ด้วยเหตุนี้เอง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อให้เครือข่ายผู้ปกครองซึ่งเป็นเครือข่ายหลักและเครือข่ายรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียนในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ และพัฒนาให้กลายเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับความรู้ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น ก้าวสู่ความเป็นเลิศ และโดดเด่นมีมาตรฐานสามารถแข่งขันทัดเทียมนานาชาติได้

หากพิจารณาศักยภาพของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือจะเห็นได้ว่าไม่สามารถดำเนินการจัดการเรียนการสอนได้เพียงลำพัง การมุ่งสู่ความเป็นเลิศในมาตรฐานการศึกษาจำเป็นต้องสร้างและขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับเครือข่ายสนับสนุนต่างๆ ในพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของโรงเรียนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนสามารถดำเนินการได้เพียงการจัดสร้างอาคารเรียนให้เพียงพอ การจัดหาบุคลากรให้ตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรปฐมวัยปี พ.ศ. 2546 การจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน และจัดสรรงบประมาณอุดหนุน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานตามมาตรฐานขั้นต่ำของการบริหารสถานศึกษาโดยทั่วไป ทั้งนี้ สิ่งที่หน่วยงานต้นสังกัดทำไม่ได้ คือ

  • การสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญท้องถิ่น  มาถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนและสถานศึกษา
  • การจัดสรรงบประมาณที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาและผู้เรียนทันต่อความต้องการของผู้เรียนและสถานศึกษา
  • การจัดหาแหล่งเรียนภายในสถานศึกษาที่มีความสอดคล้องกับผู้เรียนและท้องถิ่น
  • การสืบทอดความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
  • การจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายเหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนชุมชนและท้องถิ่น

ดังนั้น สิ่งที่เทศบาลเมืองหนองปรือ ร่วมกับเครือข่ายของเทศบาลในการสนับสนุนการบริหารโรงเรียนอนุบาลเมืองหนองปรือให้เป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงจึงมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามบทบาทของแต่ละเครือข่าย ดังนี้

เครือข่ายหลัก ได้แก่ เครือข่ายผู้ปกครอง ประกอบด้วยตัวแทนผู้ปกครองแต่ละห้องเรียน  ห้องเรียนละ 3 คน จำนวน 29 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้นจำนวน 87 คนแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. ตัวแทนผู้ปกครองกลุ่มสูงอายุ หมายถึง ผู้ปกครองที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ได้แก่  คุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า ฯลฯ และผู้ปกครองสมาชิกชมรมดอกลำดวน (ชมรมผู้สูงอายุ)

2. ตัวแทนผู้ปกครองกลุ่มวัยกลางคนหรือวัยทำงาน หมายถึง ผู้ปกครองที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 20-50 ปี ได้แก่ คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า คุณลุง คุณน้า คุณอา คุณพี่ ฯลฯ เครือข่ายจากค่ายมวยศิษย์ยอดธง และผู้ปกครองจากปราสาทสัจธรรม

          3. ผู้เรียน หมายถึง เด็กนักเรียนโรงเรียนที่มีช่วงอายุระหว่าง 3-10 ปี เป็นนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

          เครือข่ายรอง ได้แก่ ผู้ปกครองและผู้บริหารค่ายมวยศิษย์ยอดธง ผู้ปกครองและผู้บริหารปราสาทสัจธรรม และสมาชิกชมรมดอกลำดวน (ผู้สูงอายุ) ซึ่งได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ดังนี้

  1. ค่ายมวยศิษย์ยอดธง ดำเนินการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องแม่ไม้มวยไทยให้กับนักเรียนทุกระดับชั้นของสถานศึกษา
  2. ปราสาทสัจธรรม  ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เรื่องการแกะสลักไม้ให้กับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อที่จะต่อยอดให้นักเรียนได้ถ่ายทอดให้กับรุ่นน้องต่อไป
  3. ชมรมดอกลำดวน  ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เมืองหนองปรือ  และทำกิจกรรมร่วมกับผู้เรียนในงานประเพณีทางศิลปวัฒนธรรม

ความสำเร็จจากการดำเนินโครงการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์สำคัญ ดังนี้

  • ด้านมวยไทย ทำให้เด็กนักเรียนทุกระดับชั้นมีความรู้เรื่องมวยไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ และเป็นการเรียนการสอนที่นอกเหนือจากหลักสูตรโดยทั่วไป นักเรียนสนุกสนานและให้ความสนใจอย่างมาก เพราะสามารถนำเรื่องมวยไทยมาเป็นศิลปะป้องกันตนเองและสามารถนำเอาความรู้เรื่องมวยไทยมาประยุกต์ประกอบดนตรีไปแข่งขันในรายการต่างๆ จนประสบผลสำเร็จได้รับรางวัล เช่น รางวัลชนะเลิศรายการเริงเล่นเต้นแดนซ์ระดับภาคตะวันออก จนกระทั่งได้รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ รายงการเริงเล่นเต้นแดนซ์ระดับประเทศ      
  • ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้เรียนได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ รักความเป็นไทย และจิตสำนึกความห่วงแหนในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง
  • ด้านสถานศึกษา โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคล้องกับสภาพพื้นที่อันเป็นการถ่ายทอดความรู้เพิ่มเติมให้กับผู้เรียนหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โรงเรียนกลายเป็นศูนย์เรียนรู้อัตลักษณ์ท้องถิ่น ผู้ปกครองมีแนวโน้มส่งบุตรหลายเข้าเรียนในโรงเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี ที่สำคัญ คือ โรงเรียนมีคุณภาพจนสามารถแข่งขันกับสถานศึกษาอื่นจนได้รับรางวัล อาทิเช่น รางวัลโรงเรียนพระราชทานระดับก่อนประถมศึกษาขนาดใหญ่ รางวัลชนะเลิศระดับประเทศในการประกวดวงเมโลเดียน ระดับประถมศึกษา และรางวัลโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง
  • ด้านเครือข่ายและชุมชน ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้กับบุตรหลานของตนตามความต้องการ และมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพของบุตรหลานตนเอง รวมทั้งการมีความเชื่อมั่นในชื่อเสียงและมีความภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าของสถานศึกษาร่วมกัน

เครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม

จากสภาพทำเลที่ตั้งของเมืองหนองปรือที่เปรียบเสมือนห้องนอนกับห้องครัวในพื้นที่ เพราะประชาชนจะออกไปทำมาหากินในพื้นที่เมืองพัทยาที่อยู่ใกล้เคียงในช่วงเวลาเช้ากับกลางวันและจะกลับมาพักผ่อนและทานอาหารเย็นร่วมกับสมาชิกในครอบครัวซึ่งจะมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย หากพิจารณาจากตัวเลขสำรวจในพื้นที่เมืองหนองปรือพบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุในปี 2557 มากถึง 4,442 คน ดังนั้น เทศบาลเมืองหนองปรือจึงได้มีแนวคิดในการที่จะดูแลผู้สูงอายุในแบบองค์รวม หมายถึง การดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่าย โดยเทศบาลเมืองหนองปรือได้ริเริ่มการจัดตั้ง “ชมรมดอกลำดวน” ซึ่งเป็นชมรมผู้สูงอายุ และให้มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเป็นเครือข่ายหลักในการทำงาน มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุทั้งระบบ โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายรองอื่นๆ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการช่วยเหลือทั้งด้านร่างกายและจิตใจจากบุคคลในครอบครัว ชุมชน และทีมสุขภาพ และการส่งเสริมการนำศักยภาพของผู้สูงอายุให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนโดยการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

บทบาทการทำงานแบบเครือข่ายที่โดดเด่นของเทศบาลเมืองหนองปรือ คือ การที่เทศบาลเมืองหนองปรือเป็นศูนย์กลางในการติดต่อ ประสานการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย และหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุให้เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนและจัดกิจกรรมที่สนับสนุนและช่วยเหลือผู้สูงอายุภายใต้อำนาจหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน นอกจากนี้ เทศบาลเมืองหนองปรือทำงานเชิงรุกด้วยการมุ่งเน้นให้ภาคีเครือข่ายได้มีบูรณาการหน้าที่การทำงานร่วมไปกับชมรมดอกลำดวนและชมรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุซึ่งเป็นเครือข่ายหลักในพื้นที่ในการดูแลผู้สูงอายุของเทศบาลเมืองหนองปรือ โดยมีการดำเนินงานเครือข่ายหลักและเครือข่ายรอง ดังนี้

เครือข่ายหลัก : แบ่งการดูแลผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. กลุ่มผู้สูงอายุติดสังคม

ชมรมดอกลำดวนร่วมกับชมรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ มีหน้าที่จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แก่ผู้สูงอายุ อาทิเช่น กิจกรรมการชะลอความเสื่อมอายุด้วยการชักชวนการออกกำลังกาย การร่วมกันทำบุญและถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่เยาวชน การฝึกอาชีพทำดอกไม้จันทร์ การเข้าไปเยี่ยมและพบปะพูดคุยกับผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน ติดเตียงเพื่อให้มีชีวิตที่เป็นสุข มีเพื่อน มีสังคม จัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม กองทุนวันเกิด กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน กิจกรรมเล่าสู่กันฟัง ผู้สูงอายุที่มีประสบการณ์หรือได้ไปอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากที่ต่างๆ มาเล่าให้เพื่อนฟังรู้สึกมีคุณค่าและมีพลังในการต่อสู้ชีวิต การส่งเสริมผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมสังคมในวันงานประเพณีศิลปวัฒธรรมต่างๆ

  1. กลุ่มผู้สูงอายุติดบ้าน

ชมรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน จะออกตรวจเยี่ยมบ้านดูแลผู้สูงอายุให้คำแนะนำช่วยเหลือดูแลสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจผู้สูงอายุ ได้แก่ การควบคุมโรค การตรวจคัดกรองสุขภาพประจำปี ตรวจประเมินภาวะสุขภาพร่างกายทั่วไป  การป้องกันภาวะแทรกซ้อน ตรวจสุขภาพร่างกายและสุขภาพช่องปาก ภาวะทุพพลภาพ/ความพิการ การดูแลให้คำแนะนำต่อการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ

  1. กลุ่มผู้สูงอายุติดเตียง

ชมรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เยี่ยมบ้านโดยพาทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาลวิชาชีพ มาให้คำแนะนำด้านร่างกายและจิตใจผู้สูงอายุกรณีติดเตียง เคลื่อนไหวลำบาก และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยดูแลควบคุมอาการของโรคที่เจ็บป่วย การตรวจคัดกรองโรคประจำตัว วางแผนเตรียมตัวในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน พฤติกรรมที่ช่วยลดทอนภาวะทุพพลภาพ การเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับกรณีการเสียชีวิตอย่างสงบสุขที่บ้าน การส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลเมื่อมีเหตุเร่งด่วนและจำเป็น การจัดระบบรับส่งต่อผู้ป่วยร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่  

เครือข่ายรอง : ภาคีเครือข่ายทำงานร่วมกับเทศบาลเมืองหนองปรือในการช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่มผู้สูงอายุทั้ง 3 ประเภท โดยแบ่งการทำงาน ดังนี้

  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ดำเนินการในการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ รักษาพยาบาลกลุ่มผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย การไปเยี่ยมบ้านให้คำแนะนำ ข้อระมัดระวังเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ
  • โรงพยาบาลบางละมุง ร่วมกันดูแลสุขภาพหรือรักษากรณีเจ็ปป่วยพร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านอาหารและยาของผู้สูงอายุ
  • สาธารณสุขอำเภอบางละมุง มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาทางด้านนโยบายสุขภาพของผู้สูงอายุ
  • สำนักงานประกันสังคม ให้คำปรึกษาทางการประกันสังคมตามมาตรา 40 เพื่อให้รู้ทันสิทธิของตนเอง ดูแลสวัสดิการค่ารักษาประเภทบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทองรวมทั้งการให้ข้อมูลบริการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ 
  • สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี ให้คำปรึกษาทางด้านการประกอบอาชีพแก่ผู้สูงอายุ
  • สื่อเคเบิ้ลท้องถิ่น ดำเนินการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการจัดกิจกรรมของผู้สูงอายุให้มีชื่อเสียงและได้รับความภาคภูมิใจอย่างต่อเนื่อง
  • วัด มัสยิด เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้สูงอายุชาวพุทธและมุสลิม

จากการดำเนินงานโดยอาศัยเครือข่ายต่างๆ ส่งผลให้ ผู้สูงอายุได้รับการดูแลทั่วถึงและเท่าเทียมกันอย่างเห็นได้ชัดเจนผ่านการทำงานของเครือข่าย ทำให้ผู้สูงอายุไม่ถูกทอดทิ้งและสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวางแผนการพัฒนาต่อยอดโครงการของภาคีเครือข่ายในแต่ละปี ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลที่บ้านอย่างต่อเนื่องโดยภาคีเครือข่ายในชุมชน รวมทั้งผู้สูงอายุมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ประโยชน์เหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกถึงคุณค่าของตนเองว่าจะเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเทศบาลเมืองหนองปรือเปรียบเหมือนผู้ทรงคุณค่าในพื้นที่เป็นปูชณียบุคคลที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ล้มเหลวและดีงามซึ่งเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของลูกหลาน ชุมชนในปัจจุบัน ผู้สูงอายุมีร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างปกติและมีความสุข

เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

เทศบาลเมืองหนองปรือ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนึ่งที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาชีวิตคน ในปี 2557 ทางเทศบาลเมืองหนองปรือได้มีโครงการเครือข่ายคนพิการ ในการทำงานร่วมกับเครือข่ายในการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิของคนพิการซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำทำให้คนพิการได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น สำหรับในปี 2558 จำนวนคนพิการ 670 คนในพื้นที่ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติปีที่แล้วที่มีแค่ 617 คน ดังนั้น สิทธิขั้นพื้นฐานที่คนพิการจะได้รับทางเทศบาลเมืองหนองปรือยังคงดำเนินการตามปกติ อย่างไรก็ดี ทางเทศบาลเมืองหนองปรือและภาคีเครือข่ายต้องการให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้มากกว่า แม้ว่าครอบครัวหรือผู้ดูแลคนพิการถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุด ผู้ดูแลคนพิการจะต้องมีความอดทน ความพยายามและมีความหวังในชีวิต ส่งผลให้ผู้ดูแลมีกำลังใจในการดูแลฟื้นฟูคนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เลือกพื้นที่เทศบาลเมืองหนองปรือเป็นพื้นที่นำร่อง โดยมีอาสาสมัครดูแลคนพิการ จำนวน 11 คน ดูแลในพื้นที่ 44 ชุมชน ซึ่งไม่ครอบคลุมและทั่วถึงทำให้เกิดผลเสียต่อคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้แก่ คนพิการไม่ได้รับคำแนะนำปรึกษา ไม่ได้รับข้อมูลถึงสิทธิและสวัสดิการต่างๆ คนพิการไม่ได้รับการจดทะเบียนคนพิการ ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้รับสิทธิทางด้านการแพทย์ สิทธิทางการศึกษา สิทธิทางด้านการประกอบอาชีพ คนพิการถูกทอดทิ้ง ถูกกระทำรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

ด้วยเหตุนี้เอง เทศบาลเมืองหนองปรือจึงได้ริเริ่มจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครดูแลคนพิการเพื่อให้เครือข่ายดังกล่าวช่วยเหลือคนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอันเป็นการต่อยอดอาสาสมัครดูแลคนพิการของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ เครือข่ายอาสาสมัครดูแลคนพิการ จะมีบทบาทหน้าที่ ดังนี้

  • การสำรวจข้อมูล โดยการเยี่ยมบ้าน พูดคุย บันทึกข้อมูล รวบรวมรายชื่อที่อยู่ สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว สาเหตุ ลักษณะของความพิการ และปัญหาความต้องการที่ต้องการให้คนช่วยเหลือ
  • การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยการแนะนำขั้นตอนการจดทะเบียนคนพิการ แนะนำในเรื่องสิทธิพื้นฐานที่ควรได้รับ สวัสดิการต่างๆ การให้กำลังใจคนพิการและครอบครัว
  • การประสานงานส่งต่อ โดยนำข้อมูลปัญหาที่ได้จากการเยี่ยมบ้านมาส่งต่อให้แก่ เทศบาลเมืองหนองปรือเพื่อนำมาประชุมร่วมคิดวางแผนการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่างๆ
  • การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

อย่างไรก็ดี ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทางเทศบาลเมืองหนองปรือ ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะมีข้อจำกัดเรื่องอำนาจหน้าที่ของเทศบาล เช่น การช่วยเหลือเบี้ยยังชีพคนพิการเดือนละ 800 บาท ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ ปัญหาบางอย่างที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของเทศบาลเมืองหนองปรือ ดังนั้น เพื่อให้คนพิการได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เทศบาลเมืองหนองปรือมีความจำเป็นต้องมีการประสานงานกับเครือข่ายรองทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นเครือข่ายที่จะสนับสนุนช่วยเหลือเครือข่ายหลักให้สามารถดำเนินกิจกรรมประสบผลสำเร็จได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          จากเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว เทศบาลเมืองหนองปรือได้ประสานไปยัง ภาคีเครือข่ายรอง ที่มีความใกล้ชิดและทำงานร่วมกับคนพิการอยู่แล้ว คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน แต่การดำเนินการดังกล่าวยังไม่สามารถขับเคลื่อนการดูแลคุณภาพชีวิตคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะจำเป็นต้องประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่และมีงบประมาณมากกว่านี้ให้เข้ามาให้การสนับสนุนช่วยเหลือการปฏิบัติงานของอาสาสมัครดูแลคนพิการและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือเกินขีดความสามารถของเครือข่ายหลัก และเทศบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ

ด้วยเหตุนี้เอง เทศบาลเมืองหนองปรือจึงประสานและเชื่อมโยงภารกิจหน้าที่ของหน่วยงานที่หน้าที่รับผิดชอบโดยตรงของผู้พิการ ด้วยการขอรับการสนับสนุนจากเครือข่ายรองอื่นๆ อีก ได้แก่

เครือข่ายภาครัฐ อาทิ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. แพทย์ พยาบาล ที่มีหน้าที่ในการช่วยเหลือรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ออกบัตรประจำตัวคนพิการเพื่อให้คนพิการได้รับสิทธิและสวัสดิการสังคมตามกฎหมาย หรือการช่วยเหลือในเรื่องเงินสงเคราะห์ครอบครัวครั้งละไม่เกิน 2000 บาท ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี เงินทุนกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพสำหรับคนพิการ รายละไม่เกิน 40,000 บาท โดยไม่คิดอัตราดอกเบี้ย ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต 12 ชลบุรี เข้ามาสนับสนุนบุคลากรครูการศึกษาพิเศษ ดำเนินกิจกรรมการเตรียมความพร้อมเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ สถานสงเคราะห์การุณยเวศน์ เป็นหน่วยงานของรัฐที่ดูแลคนพิการที่ไม่มีญาติดูแล โดยเทศบาลเมืองหนองปรือส่งผู้พิการที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าวให้สถานสงเคราะห์

เครือข่ายภาคเอกชน อาทิ สถาบันไพดี้ เป็นหน่วยงานดูแลให้คำปรึกษาเด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ เด็กบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการช้า โดยร่วมทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับเทศบาลเมืองหนองปรือ เพื่อจัดทำโครงการประเมินคัดกรองเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าในระดับปฐมวัย โดยได้ดำเนินการอบรมบุคลากร ครู อสม. อพมก. ชุมชน เพื่อให้บุคลากรมีทักษะการช่วยเหลือเด็กที่มีพัฒนาการช้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาคม YWCA (พัทยา) เป็นเครือข่ายผู้หญิง คิดดี ทำดี มอบเงินทุนประกอบอาชีพครอบครัวคนพิการในพื้นที่ มอบเงินสร้างบ้านครอบครัวคนพิการ มูลนิธิเจสเตอร์ ช่วยเหลือผู้พิการด้วยการมอบข้าวสารให้ครอบครัวคนพิการทุกเดือนรวมทั้งช่วยกันซ่อมแซมห้องน้ำให้ครอบครัวคนพิการ มูลนิธิพระมหาไถ่ (พัทยา) สนับสนุนเด็กพิเศษเข้าเรียนการศึกษาสายอาชีพโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือสนับสนุนกายอุปกรณ์รถเข็น ไม้เท้าสี่ขาทุกปี

          เครือข่ายองค์กรธุรกิจเอกชน อาทิ บริษัทโตโยต้าลิสซิ่ง,บิ๊กซี, โลตัส, แมคโดนัล, เอ็มเค,                     วารีเทพน้ำดื่ม, ดัชมิลด์, บริษัท Seat boat, โรงเรียนนานาชาติ, บริษัทสยามโกมินทร์ , บริษัท ที.พี. บอดี้เพ็นท์ 1995 จำกัด สนับสนุนโครงการครอบครัวเด็กพิเศษสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องทุกปี

          เครือข่ายภาคประชาสังคม  อาทิ ชมรมอู่ซ่อมรถพัทยาได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมเด็กพิเศษสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 9 โดยมีกิจกรรมสันทนาการ/มอบทุนการศึกษา/มอบของขวัญ เพื่อให้ครอบครัวและคนพิการได้มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตมากขึ้น กองทุนออมวันละบาท บริการให้คนพิการสมัครเป็นสมาชิก เพื่อรับสวัสดิการตั้งแต่แรกเกิดป่วยหรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นสวัสดิการเพื่อการให้ทุกคนร่วมใจเป็นเจ้าของ                  

          ผลสำเร็จในภาพรวมจากการดำเนินงานของเทศบาลเมืองหนองปรือร่วมกับเครือข่ายทำให้คุณภาพชีวิตผู้พิการได้รับความช่วยเหลือทีสะดวกมากขึ้น เห็นได้จากคนพิการมีเงินทุนประกอบอาชีพ เลี้ยงดูครอบครัวได้ ผู้พิการได้รับการประเมิน คัดกรอง เพื่อต่อ/จดทะเบียนคนพิการเพื่อรับสิทธิและสวัสดิการทางการแพทย์ สำหรับผู้พิการในชุมชนรายใหม่ และยังคงดูและผู้พิการรายเก่าให้ได้รับสิทธิสวัสดิการต่างๆ โดยไม่บกพร่อง สิทธิในการรับกายอุปกรณ์ เช่น รถเข็นนั่ง เครื่องช่วยฟัง คนพิการได้มีผู้ให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องสุขภาพ ให้กำลังใจ อีกทั้งยังทำให้คนพิการมีส่วนช่วยดูแลคนในชุมชน ได้มีโอกาสเป็นผู้ให้ มิได้เป็นฝ่ายรอรับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงสิทธิพื้นฐานและยกระดับมาตรฐานการทำงานร่วมกันระหว่างเทศบาลเมืองหนองปรือกับภาคีเครือข่ายเพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนเกิดการแบ่งปัน เอื้ออาทร ไม่ทอดทิ้งกัน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพราะทุกคนมองเห็นคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันคนพิการไม่ถูกเลือกปฏิบัติหรือตีตรา