Menu

เทศบาลเมืองปัตตานี

เทศบาลเมืองปัตตานี มีวิสัยทัศน์การสร้างเมืองด้วย “พัฒนาเมืองให้น่าอยู่ เพิ่มมาตรฐานคุณภาพชีวิต พัฒนาประสิทธิภาพการศึกษา เพื่อประชาชนมีสุข” โดยมีจุดมุ่งหมายที่การพัฒนาคนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นให้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขภายใต้สังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้วยความสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน

แนวทางการทำงานดังกล่าวได้ถูกสอดแทรกไว้ในนโยบายด้านต่างๆของเทศบาลเมืองปัตตานี ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ที่คณะผู้บริหารเมืองปัตตานีเห็นว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาและหล่อหลอมคนให้มีคุณภาพในระดับสากล หากแต่ต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมภายในท้องถิ่น การจัดงานสำคัญทางประเพณีและวัฒนธรรมโดยเทศบาลเมืองปัตตานีจึงถือเป็นการสร้างพื้นที่ให้กลุ่มคนต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมเรียนรู้และเข้าใจความเป็นท้องถิ่นร่วมกัน

นโยบายการพัฒนาสังคม ชุมชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยเน้นไปที่การพัฒนาชุมชนให้มีความยั่งยืนในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการสวัสดิการสังคมและความช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้ การพัฒนาศักยภาพของคนกลุ่มต่างๆ ทั้งเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงมิติของเศรษฐกิจชุมชนที่เป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน

นโยบายด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ที่เน้นการส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี โดยในด้านสาธารณสุขนั้น เทศบาลเมืองปัตตานีเปิดให้บริการศูนย์สุขภาพชุมชนอยู่ 2 แห่ง และยังมีบริการสาธารณสุขเชิงรุกที่เข้าไปตรวจสุขภาพในชุมชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง หญิงหลังคลอด การเยี่ยมผู้พิการ รวมถึงการป้องกันโรคในชุมชน ส่วนงานที่เกี่ยวกับการสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมนั้น เทศบาลเมืองปัตตานีเน้นไปที่การรักษาความสะอาดตามที่สาธารณะ เช่น ตลาดสด ทางเท้า และการจัดการขยะในชุมชน

นอกจากนี้แล้ว นโยบายการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็ยังเห็นได้จากการตั้งศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน การติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกมุมเมือง การบริการรถกู้ชีพ ส่วนนโยบายด้านการบริหารจัดการเน้นที่การให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการของเทศบาลทั้งในแง่ของการสะท้อนความต้องการให้กับเทศบาล และการรับบริการจากเทศบาล ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service)  การจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน เป็นต้น

โดยสรุปแล้ว การดำเนินงานของเทศบาลเมืองปัตตานี จะให้ความสำคัญต่อการทำให้กลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยพุทธและกลุ่มคนไทยมุสลิม สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ และสามารถประสานความร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาพื้นที่เมืองปัตตานี โดยผ่านการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีเทศบาลทำหน้าที่เป็นกาวใจในการประสานงานได้เป็นอย่างดีตลอดมา

สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ด้านการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ ของ เทศบาลเมืองปัตตานี ได้แก่

โครงการอุโมงค์น้ำสงกรานต์

          การเล่นน้ำสงกรานต์ของคนในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีในอดีต มักจะไปเล่นกันบริเวณถนนเจริญประดิษฐ์ซึ่งเป็นเส้นทางไปสู่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญของเมืองปัตตานี เมื่อเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ในแต่ละปีจึงเกิดการทะเลาะวิวาท ชกต่อย และความไม่เข้าใจระหว่างคนที่เล่นน้ำกับผู้สัญจรไปมาทั้งที่เป็นกลุ่มคนไทยพุทธและมุสลิมที่ใช้เส้นทางโดยไม่ต้องการเล่นสาดน้ำ อีกทั้งในขณะนั้น การใช้เส้นทางทั่วไปในการเล่นสาดน้ำยังไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เทศบาลเมืองปัตตานีจึงจัดพื้นที่เพื่อใช้ในประเพณีสงกรานต์โดยเฉพาะ โดยใช้ชื่อว่า “ถนนข้าวยำ สาดน้ำคลายร้อน” ไว้ที่บริเวณถนนมะกรูดตลอดเส้นทาง

          นอกจากโครงการอุโมงค์น้ำสงกรานต์จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดพื้นที่สำหรับประเพณีสงกรานต์เพื่อให้ผู้เล่นน้ำสงกรานต์ได้ร่วมกิจกรรมในพื้นที่ที่จัดไว้โดยเฉพาะ ยังถือเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรซึ่งไม่ต้องการเล่นน้ำสงกรานต์ โดยผลที่ตามมาคือการทำให้ถนนข้าวยำซึ่งเป็นพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ในจังหวัดปัตตานีกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามไปด้วย เห็นได้จากการมีผู้สนับกิจกรรมและมีจำนวนคนที่เข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์มากขึ้นอันเนื่องมาจากความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าเดิมทั้งน้ำและสถานที่

           โครงการนี้มีวิธีการดำเนินการตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างและวางระบบอุโมงค์น้ำพุจากพื้นที่ถนนมะกรูด หลังจากนั้นจึงกำหนดแบบแปลน แผนผังการดำเนินโครงการเพราะพื้นที่จัดสร้างอยู่ในเขตชุมชนซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ และยังเกี่ยวข้องกับระบบการประปาและการดับเพลิงเมืองปัตตานีด้วย เมื่อเข้าสู่การก่อสร้างอุโมงค์น้ำพุแล้ว ได้มีการติดตั้งท่อน้ำประปาด้วยท่อ PVC ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 มิลลิเมตร ทั้งฝั่งซ้ายและขวาของถนนมะกรูด โดยรวมระยะทางได้ประมาณ 200 เมตร และติดตั้งหัวน้ำพุโครเมต ขนาด 5 มิลลิเมตรแบบปรับทิศทางได้ รวมแล้วฝั่งละ 65 หัว ทั้งยังมีการติดตั้งหัวดับเพลิงขนาด 100 มิลลิเมตร ข้างละ 1 จุด โดยมีการทดสอบการใช้งานก่อนที่จะมีการเปิดใช้จริง

          หลังจากก่อสร้างระบบอุโมงค์น้ำพุแล้วเสร็จ เทศบาลเมืองปัตตานีได้ประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมกิจกรรรม โดยการดำเนินงานทุกขั้นตอนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะทำงานรับผิดชอบและตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบราชการโดยเคร่งครัดเพื่อความโปร่งใส กล่าวได้ว่า โครงการอุโมงค์น้ำพุสงกรานต์เป็นความตั้งใจของเทศบาลเมืองปัตตานีในการรักษาประเพณีของไทยเอาไว้ด้วยการจัดพื้นที่ซึ่งมีความปลอดภัยต่อผู้เล่นน้ำสงกรานต์ และไม่เป็นการทำให้คนที่ไม่เล่นน้ำสงกรานต์ได้รับผลกระทบจากการเล่นน้ำ ด้วยบริบทของความหลากหลายทางวัฒนธรรมเช่นนี้เองที่ทำให้เห็นแนวทางการทำงานของเทศบาลเมืองปัตตานีมีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันซึ่งเป็นลักษณะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังกลายเป็นการสร้างภาพลักษณ์สำคัญให้กับเมืองปัตตานีที่มีพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์อันโดดเด่นด้วย

 

โครงการกวนอาซูรอ

          โครงการกวนอาซูรอถือเป็นการสืบทอดประเพณีเก่าแก่ของมุสลิมมลายูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเทศบาลเมืองปัตตานีต้องการส่งเสริมและสืบสานประเพณีให้คงอยู่ต่อไป ทั้งยังถือเป็นการสร้างความสามัคคีร่วมกันระหว่างคนไทยมุสลิมและไทยพุทธให้มีกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมทั้งการบริจาคเครื่องปรุง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแกง ข้าวสาร เครื่องปรุง ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ หรือร่วมลงแรงในการกวนอาซูรอ และรับประทานร่วมกันซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะในการอยู่ร่วมสังคมเดียวกันด้วยความเข้าใจ นอกจากการส่งเสริมความเข้าใจอันดีบนฐานของวัฒนธรรมเฉพาะแล้ว โครงการนี้ยังสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างเทศบาล ฝ่ายความมั่นคงอย่างทหารและตำรวจ และประชาชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรม

          บนพื้นฐานของการดำเนินโครงการนี้ ผลที่ตามมาคือความเข้าใจอันดีระหว่างฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะในแง่ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมประเพณีของคนมุสลิมที่มีวัฒนธรรมถิ่นเป็นแบบมลายู เห็นได้จากผู้ที่เข้ามาร่วมในโครงการทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทั้งเทศบาลและหน่วยงานทหารหน่วยเฉพาะกิจ 23 ปัตตานี และตำรวจ รวมถึงชาวบ้านที่เข้ามาร่วมจากทั้งหมด 19 ชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมโดยสมัครใจ

          โครงการกวนอาซูรอจัดขึ้นในแต่ละชุมชนของเทศบาลเมืองปัตตานี โดยในชุมชนใดที่มีคนไทยพุทธอยู่ร่วมกับคนมุสลิมก็จะเข้ามาร่วมกันกวนอาซูรอ แล้วเมื่อกวนอาซูรอจนเสร็จพร้อมรับประทานก็มีการแจกจ่ายแบ่งปันให้แก่กัน โดยเป็นการส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีที่ไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา โครงการดังกล่าวนี้จึงมีความโดดเด่นในแง่ของการส่งเสริมให้เกิดการอยู่ร่วมกันภายในชุมชนเดียวกัน  

โครงการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองปัตตานี

          เนื่องมาจากปัญหาที่สังคมเมืองต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ คุณภาพในการดำรงชีวิตที่เกิดจากความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคมของคนในเมือง เทศบาลเมืองปัตตานีจึงมองว่าเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับการทำให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะของเทศบาลได้อย่างทั่วถึงและมีความเท่าเทียมกันเพื่อลดช่องว่างทางสังคมลง การให้บริการทางสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการปฐมพยาบาล จึงเป็นบริการสาธารณะที่เทศบาลเมืองปัตตานีให้ความสำคัญเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตบนฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน

          โครงการบริหารจัดการกองทุนหลักประกัยสุขภาพเทศบาลเมืองปัตตานีจึงตั้งคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ และคณะทำงานฝ่ายต่างๆขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบโครงการ นอกจากนี้ในส่วนของความร่วมมือ เทศบาลเมืองปัตตานีได้จัดทำข้อตกลงการดำเนินงานบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อนำมาใช้จ่ายในโครงการ/กิจกรรมต่างๆ โดยกองทุนฯทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการแล้วให้เงินสนับสนุนไปกับผู้รับผิดชอบแต่ละโครงการนำไปใช้แต่ละกิจกรรม โดยส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมการบริการสาธารณสุขตามชุดสิทธิประโยชน์ กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้กรอบการทำงาน “สุขภาพดี ชีวีมีสุข” นำมาสู่การปฏิบัติ

          ความโดดเด่นของโครงการนี้คือการเน้นการมีส่วนร่วมมาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชุมชนที่มาจากกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข โรงพยาบาลปัตตานี โรงเรียน ศูนย์บริการสาธารณสุข ชมรมออกกำลังกายในชุมชนเพื่อเข้ามาเสนอแนะ และร่วมดำเนินการโครงการต่างๆให้เป็นผลรูปธรรม เช่น การดูแลกลุ่มคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  การส่งเสริมอาชีพ เพราะเชื่อว่าการทำให้คนในชุมชนอยู่ดีมีสุข สามารถที่จะเกื้อหนุนและช่วยเหลือกันได้ จนเป็นที่มาของการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เพราะการมีคุณภาพชีวิตที่ดีย่อมต้องอาศัยชุมชนแวดล้อมเข้ามาเป็นฐานให้การพัฒนาความเป็นอยู่ดีขึ้นโดยความร่วมมือจากทุกองคาพยพของชุมชน

โครงการอาสาสมัครพลเมืองของเทศบาลเมืองปัตตานี

(อาสาสมัครกู้ชีพหลักเมือง)

โครงการนี้มีที่มาจาก “หนึ่งตำบล หนึ่งทีมกู้ชีพกู้ภัย (One Tumbon One Search and Rescue Team)” เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยเผชิญเหตุและเป็นทีมกู้ภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบเหตุสาธารณภัยต่างๆซึ่วสอดคล้องกับกระบวนการทางการแพทย์ฉุกเฉิน

          หน่วยกู้ชีพหลักเมืองเทศบาลเมืองปัตตานี ประกอบด้วยอาสาสมัครพลเมืองที่อยู่ในรูปแบบหน่วยกู้ภัยที่มีจิตอาสาที่หวงแหนและร่วมปกป้องชุมชนของตนเอง โดยอาสาสมัครเหล่านี้มีทั้งที่มาจากคนไทยพุทธและมุสลิมที่มีกลุ่มกู้ชีพในชุมชนและมีพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง เพื่อการเข้าให้ความช่วยเหลือที่ทันเวลาและสอดคล้องกับหลักปฏิบัติทางศาสนาในกรณีที่เป็นผู้ประสบภัยมุสลิม ซึ่งจำเป็นต้องให้ผู้มีความรู้เรื่องการปฏิบัติที่สอดคล้องตามหลักศาสนาเข้ามาช่วยเหลือในบางขั้นตอนที่มีความเชื่อมโยงกับหลักการทางศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ก็เพื่อความไว้วางใจของผู้ประสบภัยและญาติในการรับความช่วยเหลือ

          อย่างไรก็ตาม อาสาสมัครที่เข้าให้การช่วยเหลือตามชุมชนต่างๆนั้น ล้วนต้องผ่านการอบรมเพื่อความเข้าใจการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการจัดให้มีการพัฒนาสมรรถนะหน่วยกู้ชีพอยู่เป็นประจำ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ถูกต้องแม่นยำ ด้วยการมีชุดปฏิบัติการที่ครอบคลุมอยู่ตามชุมชนต่างๆ และเป็นชุดปฏิบัติการที่มาจากทั้งหน่วยกู้ชีพไทยพุทธ มูลนิธิเชื้อสายจีน และหน่วยกู้ภัยมุสลิม กระทั่งอาสาสมัครกู้ภัยที่เป็นผู้หญิงก็สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เป็นผู้หญิงได้ทันสถานการณ์ได้เช่นกัน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้การให้ความช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยที่เร่งด่วนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          นอกจากนี้ การดำเนินการกู้ชีพของหน่วยกู้ชีพหลักเมืองซึ่งเป็นหน่วยกู้ชีพหลักนั้น มีการรายงานการทำงานให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงมีระบบการเบิกจ่ายค่าตอบแทนหน่วยบริการผ่านระบบธนาคาร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยกู้ชีพศูนย์หลักเมืองเทศบาลเมืองปัตตานี   

ความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้แต่ละชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยมีที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครจากชุมชนต่างๆ โดยอาสาสมัครเหล่านั้นยังมีส่วนร่วมในการคิดและการตัดสินใจในสถานการณ์ที่เร่งด่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ผลที่ได้มากกว่านั้นคือเครือข่ายภาคประชาชนเหล่านั้น ยังเป็นหูเป็นตาให้กับเทศบาลเมืองปัตตานีเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับชุมชนโดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งอีกด้วย