Menu

เทศบาลตำบลเวียงสา

เทศบาลตำบลเวียงสา  เป็นเทศบาลขนาดเล็กที่มีจุดเด่นด้านต้นทุนทางวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาเป็นจุดศูนย์กลางความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งชุมชน สังคมได้เป็นอย่างดี สำหรับแนวคิด หลักการในการบริหารงานของเทศบาลตำบลเวียงสานั้น ประกอบด้วย       7 แนวคิดดังนี้

1. ยึดแนวทางการบริหารงานระบบประชาธิปไตย

2. นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม

3. มุ่งสร้างการเมืองใหม่ ตามนโยบาย “ซื่อสัตย์ เป็นธรรม โปร่งใส ไม่คอรัปชั่น”

4. ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมดำเนินงานทุกขั้นตอน ภายใต้แนวคิด “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมเป็นเจ้าของ”

5. สร้างความเป็นมืออาชีพให้กับบุคลากรทุกคนในองค์กร เพื่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ

6. คณะผู้บริหาร เป็นแบบอย่างที่ดี สร้างความศรัทธา เชื่อถือไว้วางใจแก่บุคลากร และประชาชน

7. นำความคิดนอกกรอบของภาคเอกชนมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพของงาน

จาก 7 หลักการบริหารงานข้างต้น เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงานที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นระหว่างองค์กร กับประชาชน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปัญหา ความต้องการ ได้ทันต่อสถานการณ์ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุด นั้นคือ ประชาชน

 

สำหรับ โครงการหรือกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ด้านความโปร่งใสและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ของ เทศบาลตำบลเวียงสา ได้แก่

โครงการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา  เป็นอาคารไม้ที่เหลือเพียงแห่งเดียวในจังหวัดน่าน ที่คงสภาพเดิมได้สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้เคยเสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ  และพระองค์ได้ได้เสด็จประทับ ณ  บริเวณหน้ามุขชั้น 2 ของ    ที่ว่าการอำเภอสา เมื่อคราววันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2501 ถือเป็น “รอยประทับแรกของจังหวัดน่าน

          อาคารไม้หลังนี้ เป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติราชการของเทศบาลตำบลเวียงสา เป็นพิพิธภัณฑ์ และเป็นที่เก็บรักษาภาพพระราชกรณียกิจ ตลอดจนเก็บรักษาวัตถุสิ่งของเครื่องใช้แบบโบราณ เพื่อสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ดังนั้น เทศบาลตำบลเวียงสาจึงมีแนวคิดในการอนุรักษ์อาคารไม้ซึ่งเหลือเพียงแห่งเดียวในจังหวัดน่านนั้น เทศบาลฯ จึงได้เรียนเชิญทุกภาคส่วน ทุกกลุ่ม  ทุกองค์กร ในเขตอำเภอเวียงสา ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเวียงสา สภาวัฒนธรรมอำเภอเวียงสา วัฒนธรรมอำเภอเวียงสา กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มฮักเมืองเวียงสา มาประชุม หารือร่วมถึงแนวทางการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง ยั่งยืน ซึ่งมติที่ประชุมเห็นว่า ควรจัดให้มีนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น  เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นอนุสรณ์สถานอาคารประวัติศาสตร์  ศิลปะล้านนาอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป จึงมีการดำเนินการ ดังนี้

  1. ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ กิจกรรมดังกล่าวไปยังส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กร ชมรม  ชุมชนต่าง ๆ  เพื่อให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสารวมถึงให้องค์กรทุกภาคส่วนที่มีสิ่งของ หรือวัตถุโบราณต่างๆ ซึ่งต้องการเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ก็สามารถนำมาบริจาคได้   
  2. แต่งตั้งคณะกรรมการ ออกเป็น 5 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายจัดเตรียมสถานที่,ฝ่ายจัดหาวัตถุ สิ่งของ เครื่องใช้,ฝ่ายประชาสัมพันธ์, ฝ่ายทะเบียนข้อมูลวัตถุ สิ่งของ,ฝ่ายเก็บรักษาสิ่งของ เป็นต้น
  3. จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ โดยเชิญวิทยากรจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน มาให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ในด้านการจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ  การแบ่งแยกโซนพื้นที่โดยมีการแบ่งหมวดหมู่ แยกประเภทสิ่งของ  เพื่อให้มีความชัดเจน เหมาะสมและสามารถศึกษาเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
  4. จัดหาวัตถุ สิ่งของเครื่องใช้ของโบราณ เพื่อนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นโดยมีการประชาสัมพันธ์เสียงตามสายเทศบาล  สถานีวิทยุชุมชน  ซึ่งประชาชนในชุมชนเขตเทศบาลตำบลเวียงสาได้ตระหนักถึงคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจในท้องถิ่น  จึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โดยมอบสิ่งของเครื่องใช้โบราณที่มีในครัวเรือนนำมาจัดแสดง โดยมีเทศบาลการอำนวยความสะดวกในการไปรับสิ่งของเครื่องใช้ที่ประชาชนมอบให้ถึงที่พักอาศัยกรณีที่ประชาชนไม่สามารถนำมามอบให้ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเวียงสา ได้
  5. จัดแบ่งโซนพื้นที่ โดยมีการแยกหมวดหมู่ ประเภทสิ่งของ และมีการจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ ซึ่งมีการจัดทำใบงานความรู้เพื่อบ่งบอกลักษณะสิ่งของต่างๆ ให้มีความชัดเจนและเข้าใจง่าย และมีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มอบ สิ่งของให้เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบค้น
  6. ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันทรัพย์สินที่ประชาชนนำมามอบให้จัดแสดงมิให้สูญหาย
  7. แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

          ผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา อย่างเป็นรูปธรรมอันเกิดจากการมีส่วนร่วมในการจัดตั้ง บริหารพิพิธภัณฑ์ ด้วยความโปร่งใส ทำให้ประชาชนทั้งอำเภอได้ตระหนักถึงคุณค่า มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเห็นพร้องต้องกันว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพิพิธภัณฑ์ของเทศบาลตำบลเวียงสาเท่านั้น แต่นับว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ของคนอำเภอเวียงสาทั้งอำเภอ จึงมีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม ศึกษา     ดูงานจำนวนมาก อาทิ กลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กลายเป็นสถานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมของอำเภอเวียงสา ของทุกภาคส่วนนั้น ตลอดจนสื่อต่างๆ ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ในการเข้ามาถ่ายทำรายการอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีหน่วยงานจำนวนมากให้การสนับสนุน “ สร้างข่วงเมืองสา ” บริเวณลานวัดบุญยืนพระอารามหลวง สำหรับใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม เป็นลานวัฒนธรรม และประเพณีอื่น ๆ  รวมถึงเทศบาลยังมีการจัดงาน “อนุสรณ์รอยพระบาทแห่งแรกแห่งแผ่นดินน่าน” ในทุกๆ วันที่ 3-5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพิ่มขึ้นๆ ทุกปี ดังนั้นเทศบาลจึงขยายงานดังกล่าวเพิ่มเป็น 5 วัน คือ จัดระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคมของทุกปี

          นอกจากนี้ ในปี 2558 เทศบาลตำบลเวียงสายังมีการต่อยอดโครงการโดยการนำของนายกเทศมนตรี  ที่มีนโยบายให้อาคารหลังนี้ เป็นห้องรับแขกของอำเภอเวียงสา สามารถใช้เป็นศูนย์บริการประชาชนทุกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ ได้มาใช้ประโยชน์ร่วมกัน  อาทิ  สภาวัฒนธรรมระดับอำเภอ ระดับจังหวัด, ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ,ชมรมทหารผ่านศึก , ชมรมข้าราชการครู,กลุ่ม-พัฒนาสตรี,    กลุ่มฮักเมืองเวียงสา,ชมรมจักรยาน ,จัดโครงการมัคคุเทศก์ โดยเปิดรับสมัครประชาชน เยาวชนที่สนใจมาเป็นจิตอาสา ในการต้อนรับ การบรรยายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว , มีการประชาสัมพันธ์ที่ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังวัด  สถานศึกษา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชมรมทหารผ่านศึก  ชมรมข้าราชการครู  กลุ่มพัฒนาสตรี  ฯลฯ จนได้รับวัตถุสิ่งของเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ และพิพิธภัณฑ์ได้กลายเป็นแหล่งศูนย์ศูนย์กลางการจัดกิจกรรมวันสำคัญของชาติประเพณีท้องถิ่น เช่น พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ , กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ,กิจกรรมวันสตรีสากล, ประเพณีสงกรานต์,ประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษา ,กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ,ประเพณีตานก๋วยสลาก,  ประเพณีใส่บาตรเทียน, ประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา (ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเวียงสา           ทั้ง 16 แห่ง)

โครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดภัย

          เทศบาลตำบลเวียงสา ได้รับการถ่ายโอนศูนย์เด็กเล็กจากกรมศาสนา ในปี 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์ที่เน้นการดูแล เสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับประถมศึกษา โดยมีการกำหนดมาตรฐานการพัฒนาศูนย์ฯ ไว้ 4 ด้าน คือ       ด้านบุคลากรและการบริหารจัดการ ด้านอาคารสถานที่ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ด้านวิชาการและกิจกรรมตามหลักสูตร และด้านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากชุมชน ที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ บริหารงานภายใต้มาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังพบว่ามีปัญหาอุปสรรคบางประการ ที่อาจเกิดจากการไม่ระมัดระวัง หรือไม่ละเอียดถี่ถ้วนในการดำเนินงาน อาทิ ในปี 2555 เกิดอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ อันเนื่องมาจากผู้ปกครองและเด็กไม่สวมหมวกนิรภัย จึงทำให้ผู้ปกครองเสียชีวิต และเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

          ผลจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจึงทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครอง เทศบาลตำบลเวียงสา ได้ประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไข ป้องกันระวังภัย หรือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต หลังการประชุมจึงได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงานสร้างเสริมความปลอดภัยขึ้น โดยมีความจำเป็นต้องทำทั้งระบบคือ “การ ก่อ กัน แก้

  • การก่อ คือ การก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงปัญหา หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วยการสื่อสารให้ข้อมูล ความรู้ต่างๆ แก่กลุ่มเป้าหมาย
  • การกัน คือ การป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น โดยการร่วมกันสอดส่องดูแลเหตุปัจจัยต่างๆที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย ได้แก่ สิ่งแวดล้อม พฤติกรรม หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตลอดจนการมีความรู้และทักษะในการป้องกันภัยต่างๆ
  • การแก้ คือ การแก้ไขเหตุปัจจัยต่างๆที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย ได้แก่การปรับสภาพแวดล้อม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นต้น

          จากระบบการ กัน ก่อ แก้ ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันกำหนดขึ้น เพื่อให้มีการค้นหาจุดเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเด็ก รวมทั้งระบบการเฝ้าระวังการบาดเจ็บ พฤติกรรมเสี่ยง สิ่งแวดล้อมเสี่ยง และร่วมกันวางแผนการดำเนินการแก้ไข นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการบริหารดูแลศูนย์เด็กเล็กไว้ 6 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร  มาตรฐาน         ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์  มาตรฐานการเดินทางปลอดภัย  มาตรฐานระบบป้องกันภัยจากบุคคล  มาตรฐานระบบฉุกเฉิน  มาตรฐานความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งนี้เทศบาลตำบลเวียงสา ในฐานะเจ้าภาพหลักในการดูแลศูนย์แห่งนี้ ได้ตระหนักถึงความยั่งยืนของการทำงาน และการทำงานอย่างเป็นระบบ จึงหารือร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้บริหารเทศบาล, คณะกรรมการศูนย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ศาสนา, ตัวแทนผู้ปกครอง, ครูทุกคน,เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเวียงสา และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเวียงสา โดยมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 1ปี เพื่อทำหน้าที่ในการการวิเคราะห์ วางแผนการดำเนินงาน ป้องกันระวังรักษา กำกับ ดูแลติดตาม ประเมินผล พร้อมทั้งทำหน้าที่ในการดึงชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานศูนย์ฯ ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดการสร้างและขยายผลเครือข่ายแกนนำในทุกภาคส่วน

          การดำเนินงานของศูนย์เด็กปลอดภัย มีขั้นตอนดังนี้

  1. จัดให้มีการประชุม หารือ วางแผน ดำเนินงานในการวิเคราะห์ สรุปผลการดำเนินงานร่วมกันระหว่างคณะทำงานศูนย์ฯ กับผู้ปกครอง เพื่อรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะ รวมถึงมีการจัดทำข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยทั้ง 6 ด้าน โดยคณะทำงานฯ จะต้องร่วมกับ ผู้ปกครอง คณะครู และเด็กเล็ก ในการสำรวจจุดเสี่ยงทั้งที่บ้าน ชุมชน และในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการสร้างมาตรการการสวมใส่หมวกเพื่อสร้างวินัย และความรับผิดชอบกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎ กติการ่วมกัน
  2. เทศบาลตำบลเวียงสา ให้การสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ / ตามความปลอดภัย จึงได้จัดทำป้ายจราจรเพื่อความปลอดภัยในการสัญจร,จัดทำเส้นทางการเดินรถ การจอดรถเป็นสัดส่วน
  3. คณะทำงานฯ ติดต่อประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อเข้ามาสร้างมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ดังนี้
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี เข้ามาอบรมให้ความรู้คณะครู ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน รวมถึงจัดให้มีการฝึกภาคปฏิบัติ
    • สถานีตำรวจภูธรเวียงสา อบรมให้ความรู้ เรื่อง กฎจราจร ความปลอดภัยบนท้องถนน
    • โรงพยาบาลเวียงสา อบรมให้ความรู้ เรื่อง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การป้องกันโรค และความปลอดภัยในเด็กเล็ก
  • ฝ่ายป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลเวียงสา ให้ความรู้เรื่องการซ้อมแผนอัคคีภัยและการปฐมเบื้องต้น ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง 2 ครั้งต่อปี
  1. กำหนดกิจกรรมที่ทุกภาคส่วนต้องดำเนินการ ได้แก่ รณรงค์ส่งเสริมการสวมใส่หมวกกันน๊อคขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ กำจัดจุดเสี่ยงภายในศูนย์ฯ ไม่ให้มีความเสี่ยง หรือให้หมดไป พร้อมทั้งมีการขยายผลไปยังเทศบาล กล่าวคือ การรณรงค์ให้เขตเทศบาลตำบลเวียงสาเป็นเขตจราจรปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เป็นแบบอย่างแกประชาชนในการประพฤติปฏิบัติตาม
  2. คณะทำงานกำหนดให้มีการติดตาม การดำเนินงาน ทั้งก่อน ขณะดำเนินงาน และหลังการดำเนินงาน โดยมีคณะกรรมการศูนย์ฯ เป็นผู้ประเมินความพึงพอใจ และมีศูนย์วิจัยโรงพยาบาลรามาธิบดี ออกติดตามประเมินผลและให้ข้อเสนอแนะในด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งต้องจัดทำรายงานสรุปประเมินผลการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการศูนย์ ผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครอง เพื่อนำผลการประเมินไปพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล

          จากการดำเนินงานของคณะทำงานศูนย์เด็กเล็กปลอดภัย ที่อาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของปลอดภัย ผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กครู และผู้ปกครอง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของศูนย์ฯนั้น ประโยชน์ที่ได้รับคือ เด็กนักเรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องความปลอดภัย เป็นนักสำรวจน้อยทั้งที่บ้าน ศูนย์เด็ก ชุมชนและรอบ ๆ บริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และที่สำคัญคือ เด็กทุกคนปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันในการสวมใส่หมวกกันน๊อคทุกครั้งในการเดินทาง ในส่วนของครูและบุคลากร มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สู่เด็ก ผู้ปกครอง

          จากผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 4 ปี ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบล     เวียงสา เป็นศูนย์ตัวอย่างนำร่องการขยายผลออกไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเวียงสา ทำให้ผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเวียงสา ส่งผลให้สถิติเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี และที่สำคัญคือ สถิติการเกิดอุบัติเหตุทั้งในศูนย์เด็กเล็ก ชุมชน ลดลงอย่างชัดเจน จึงเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่า การดำเนินงานของเทศบาลที่ยึดหลักการมีส่วนร่วม ที่ให้ทุกฝ่ายร่วมคิดร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์     ร่วมรับผลประโยชน์จะก่อให้เกิดผลดีต่อทุกฝ่ายอย่างแน่นอน