Menu

อบต.แม่ฟ้าหลวง

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง มีพื้นที่ที่มีความหลากหลายทั้งทางชาติพันธุ์ที่ประกอบด้วย 6 ชาติพันธุ์ ได้แก่ อาข่า ละหู่ดำ ไทยลั้ว ไทยลื้อ ไทยใหญ่ จีนยูนนาน มีความหลากหลายทางภาษาถึง 7 ภาษาซึ่งได้แก่ภาษาของ 6 ชาติพันธุ์ และภาษาไทย มีความหลากหลายทางศาสนาที่มีทั้งพุทธ คริสต์ และไม่นับถือศาสนา แต่มีพิธีกรรมการนับถือผี มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีการดำรงชีวิต ประกอบกับการมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน การเดินทางสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน เป็นไปด้วยความยากลำบาก และใช้เวลานาน แต่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวงกลับพลิกฟื้นวิกฤตเป็นโอกาส สามารถบริหารจัดการ ดำเนินภารกิจ  กิจกรรม โครงการต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ได้รับความร่วมมือ การมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกคนเป็นอย่างดี ด้วยการบริหารงานที่ยึดหลักธรรมาภิบาล หรือการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) โดยเฉพาะหลักการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการต่างๆ ของอบต.แม่ฟ้าหลวง ตั้งแต่ขั้นตอนร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมรับผิดชอบ และร่วมตรวจสอบ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถรับทราบขั้นตอนการดำเนินงาน และสามารถตรวจสอบการดำเนินงานต่างๆ ขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เกิดกลไกการกำกับดูแล และตรวจสอบโดยภาคประชาชน โดยมี        คำขวัญสำหรับบริหารงานที่ว่า “ถูกต้อง โปร่งใส ประทับใจ ให้มีส่วนร่วม

จากการดำเนินงานที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง ได้มุ่งเน้นแนวทางการพัฒนาตามอำนาจหน้าที่ในด้านต่าง ๆ ตามหลักการที่ว่า “ประชาชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมรับรู้ ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินกิจกรรมและร่วมรับผิดชอบแก้ไขปัญหาด้วยกัน ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดถึงการบริการที่ทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรม เสมอภาค และเหมาะสมภายใต้ข้อจำกัด ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาความต้องการของประชาชน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)”

 

สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ของ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง ได้แก่

โครงการ อบต. พบประชาชน การจัดทำเวทีประชาคมการจัดทำแผนพัฒนา อบต. อย่างมีส่วนร่วม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เพื่อจัดทำแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2557-2559)

ด้วยสภาพภูมิประเทศของอบต.แม่ฟ้าหลวงที่มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ทำให้การสัญจรไปมาไม่สะดวก และมีบางหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากสำนักงาน อบต. แม่ฟ้าหลวง ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวก และคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ควรมาจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา ความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด ต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนรับทราบ รับรู้ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างเสรีภาพ เสมอภาคเท่าเทียมกัน แม้จะอยู่ใกล้หรือไกลจากสำนักงานอบต.ก็ตาม

ดังนั้น อบต.แม่ฟ้าหลวงเล็งเห็นว่า การรอให้ประชาชนเข้ามาติดต่อที่สำนักงาน จึงเป็นเรื่องยากมากกว่าที่อบต.จะเดินทางไปในแต่ละหมู่บ้านเอง อบต.แม่ฟ้าหลวง ภายใต้การนำของนายกอบต. จึงจัดโครงการอบต.พบประชาชนฯ หมุนเวียนไปจนครบ ทั้ง 19 หมู่บ้าน โดยใช้ช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนว่างเว้นภารกิจการประกอบอาชีพเพื่อให้ประชาชนได้เข้าร่วมประชาคมอย่างทั่วถึง โดยก่อนการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้านในทุกๆ เดือนนั้นจะมีการประชาสัมพันธ์การจัดประชาคมให้ทุกหมู่บ้านทั้ง 19 หมู่บ้านทราบ มีการทำหนังสือถึงผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์เชิญประชาชนเข้าร่วมประชุมประชาคม ตามกำหนด วันเวลาและสถานที่ตามแผนการปฏิบัติงาน

                ทั้งนี้ก่อนเริ่มทำประชาคมในหมู่บ้าน จะมีการประชุมร่วมของคณะ “5 เสือ” ได้แก่ นายกอบต.     แม่ฟ้าหลวง ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภา ได้มาร่วมประชุมหารือ ทำความเข้าใจ รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม โครงการ ข่าวสารจากทางราชการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง งบประมาณที่อบต.ได้รับ เพื่อให้คณะ 5 เสือได้รับทราบโดยพร้อมเพรียงกัน โดยกำหนดให้มีการประชุมร่วมกันทุกเดือน หลังการประชุม คณะ 5 เสือจะต้องนำข่าวสารต่างๆ เช่น งบประมาณที่มีค่อนข้างจำกัด ข่าวสารทางราชการ เป็นต้น ไปแจ้งให้กับประชาชนในหมู่บ้านทราบภายใน 7 วันก่อนมีการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้าน ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านได้รับทราบข้อมูล ประชุม หารือ ร่วมกัน ในเบื้องต้นก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องงบประมาณที่จะส่งผลโดยตรงต่อชาวบ้านคือ ความเป็นไปได้ที่โครงการซึ่งชาวบ้านเสนอจะไม่ถูกบรรจุลงในแผนพัฒนาสามปี หรือไม่สามารถดำเนินโครงการได้ เนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เมื่อถึงวันประชุมประชาคมหมู่บ้าน จากการที่คณะ 5 เสือได้แจ้งข่าวสารให้ชาวบ้านรับรู้ รับทราบ ก่อนในเบื้องต้น แล้วถึงข้อจำกัดของงบประมาณ ทุกหมู่บ้านเข้าใจและยอมรับเป็นอย่างดีว่าควรให้หมู่บ้านที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดก่อน อีกทั้งยอมรับในระบบหมุนเวียน เช่น ในปีนี้ หมู่บ้านที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเดือดร้อนที่สุดได้งบประมาณจัดทำโครงการไป ในปีหน้าหมู่บ้านที่มีความจำเป็นเร่งด่วนรองลงมาก็จะได้รับงบประมาณเพื่อจัดโครงการต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวบ้านจึงให้ความสนใจ เข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนมาก เพื่อต้องการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ความต้องการ ข้อเสนอแนะ และร่วมกันตัดสินใจลงประชามติตามเสียงส่วนใหญ่ ประชามติที่ได้จากการจัดทำประชาคมหมู่บ้านซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง จึงนำไปสู่การพิจารณาจัดทำบรรจุลงในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา และแผนพัฒนาตำบลสามปีต่อไป

ตัวอย่างโครงการที่ได้จากการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้าน เช่น โครงการปรับถนนเข้าพื้นที่การเกษตรหมู่ที่ 5 บ้านขาแหย่งพัฒนา เป็นโครงการที่เกิดจากความต้องการของชาวบ้านซึ่งเดิมนั้นชาวบ้านต้องอาศัยถนนที่ตัดผ่านหน้าโครงการพัฒนาดอยตุง ไปทำไร่ทำนา โดยถนนที่เดินผ่านเป็นถนนหลักที่รถยนต์สัญจรไปมา มีผู้คนพลุกพล่าน และระยะทางไกล ประมาณ 10 กิโลเมตร เนื่องจากต้องเดินอ้อมภูเขา ชาวบ้านจึงประชุมประชาคม และลงความเห็นว่าต้องการปรับปรุงเส้นทางเดินเท้าที่มีอยู่เดิมที่มีระยะทางเพียง 4 กิโลเมตรให้กว้างขึ้นเพื่อให้รถมอเตอร์ไซด์ สามาถสัญจรและสามารถขนส่งพืชผลทางการเกษตรได้ แต่แม้ว่าอบต.แม่ฟ้าหลวง จะมีงบประมาณค่อนข้างจำกัด ซึ่งจากมติของชาวบ้าน ที่เสนอว่า ขอให้อบต.สนับสนุนค่าอาหารเครื่องดื่ม แต่ชาวบ้านจะดำเนินการปรับปรุงถนนเส้นนี้เอง โดยชาวบ้านใช้เวลาเพียง  7 วันจากการสนับสนุนของอบต.เพียง 20,000 บาท ก็สามารถใช้ถนนเพื่อเดินไปยังสวนไร่นาของตนได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า จากการที่อบต.แม่ฟ้าหลวงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น บนพื้นฐานความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผลที่ปรากฏจึงเป็นที่พึงพอใจร่วมกันของหลายๆ ฝ่าย นอกจากนี้แล้วประชาชนยังสามารถติดตาม ตรวจสอบการดำเนินการตามแผนพัฒนาตำบล การใช้จ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานจากเอกสารประชาสัมพันธ์ซึ่งติดประกาศในหมู่บ้าน อบต.แม้ฟ้าหลวง หรือสามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า

ปัญหาหมอกควันและไฟป่า เป็นปัญหาที่พบเห็นได้โดยทั่วไปในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในฤดูหนาวที่อากาศแห้งแล้ง สำหรับในพื้นที่ตำบลแม้ฟ้าหลวงก็ประสบกับปัญหาดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉลี่ยแล้วใน 1 ปี พบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นประมาณ 100 ครั้งแต่ก็สามารถดับได้โดยไม่มีปัญหา จนกระทั่งในปี 2550 ไฟป่าได้ทวีความรุนแรง เกิดในหลายจุดพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดับไฟได้ทัน จนไฟได้ลามไปจนเกือบถึงเขตพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง(พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่นั้นมาจึงนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่หลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อบต.แม้ฟ้าหลวง ทหาร ตำรวจ อำเภอ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ โครงการพัฒนาดอยตุง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง ได้ร่วมกันประชุมจัดทำแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน พร้อมประชาสัมพันธ์ จัดทำประกาศขอความร่วมมือในการป้องกัน ควบคุมหมอกควัน ไฟป่า ให้ประชาชนในหมู่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อการบูรณาการร่วมกัน มีจัดตั้งกองอำนวยการร่วม (กอ.ร่วม) ซึ่งประกอบด้วยขึ้น อบต.แม้ฟ้าหลวง ทหาร ตำรวจ อำเภอ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ โครงการพัฒนาดอยตุง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง โดยจะแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่อาจเกิดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทันต่อเหตุการณ์ เช่น เมื่อผู้ใดพบเห็นไฟป่า ประชาชนในหมู่บ้าน หน่วยงานใดอยู่ใกล้พื้นที่นั้นต้องรีบเข้าไปดำเนินการดับไฟก่อน แต่หากประเมินแล้วไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ก็จะเรียกสมาชิกซึ่งเป็นกองอำนวยการร่วมที่อยู่ใกล้เคียงเข้าไปช่วยดับไฟ จนกระทั่งสามารถควบคุมสถานการณ์ได้  

นอกจากนี้ อบต.แม่ฟ้าหลวง ยังได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน กับนายอำเภอแม่ฟ้าหลวง ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันภาคเหนือ 9 จังหวัด ตามหลักการ 2P2R ประกอบด้วย 8 มาตรการ อาทิ มาตรการที่ 1 ห้ามไม่ให้มีการเผาช่วง 100 วันอันตราย (21 มกราคม 2556 ถึง 30 เมษายน 2556) โดยอบต.แม่ฟ้าหลวง ได้มีประกาศขอความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมหมอกควันและไฟป่า และประชาสัมพันธ์ให้กับทุกหมู่บ้านทราบโดยผ่านผู้นำหมู่บ้าน และแจ้งในที่ประชุมประจำเดือนของสมาชิกสภา อบต. หรือ มาตรการที่ 2 ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้น โดยแต่ละหมู่บ้านได้จัดประชุมประชาคม เพื่อร่วมกันแสดงความเห็นเกี่ยวกับมาตรการป้องกันไฟป่า เช่น หมู่ที่ 17 บ้านห้วยน้ำขุ่น (นางจินตนา  นาควิเชตร ผู้ใหญ่บ้าน) ได้นำเสนอว่า หากพบว่ามีการเผาและไม่ปฏิบัติตามกฎของหมู่บ้าน มีการปรับเป็นเงิน 5,000 ถึง 10,000 บาท เป็นต้น

จากการดำเนินโครงการนี้กล่าวได้ว่า หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน หน่วยงานองค์กรในพื้นที่ต่างๆ ปัญหาไฟป่าจะไม่ทุเลาลง ซึ่งจากสถิติหลังจากมีการจัดตั้งกอ.ร่วม พบว่า ตัวเลขความเสียหายลดลงอย่างเห็นได้ชัด คือ จากเดิม เฉลี่ย 63 ครั้งต่อปี ในช่วงปี 2540 – 2550 เหลือเพียง 22 ครั้งต่อปี ในช่วงปี 2551 – 2557 นับว่าเป็นการผนึกกำลัง การร่วมมือ ประสานงานกัน จึงทำให้ปัญหาไฟป่าลดลง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และที่สำคัญประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นตามไปด้วย

โครงการดอกบัวขาวสดใส ใส่ใจสุขภาพ

เดิมประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีสัญชาติไทย ส่งผลให้ไม่ได้รับสวัสดิการต่างๆ ทั้งการศึกษา สาธารณสุข การประกอบอาชีพ เมื่อไม่มีการศึกษา ก็ไม่มีอาชีพ และไม่มีรายได้ แต่เพื่อให้รอดพ้นจากความยากจน หญิงสาวส่วนใหญ่จึงเข้าสู่ธุรกิจโคมเขียว หรือการขายบริการทางเพศในเมืองใหญ่ เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นผลให้ในปี 2536 มีผู้ติดเชื้อ HIV เป็นจำนวนมาก และเริ่มขยายตัวในวงกว้างมากขึ้น มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก หลายหมู่บ้านต้องสร้างเตาเผาเพิ่มเพราะมีชาวบ้านเสียชีวิตรายวัน

ดังนั้น อบต.แม่ฟ้าหลวง จึงร่วมกับพัฒนาชุมชน สถานีอนามัย โรงพยาบาลแม่จัน จัดโครงการดอกบัวขาวสดใส โดยจัดตั้ง “กลุ่มดอกบัวขาว” ในปี พ.ศ 2553  มีสมาชิกทั้งหมด 59 คน โดยสมาชิกกลุ่มจะเป็นผู้กำหนดโครงสร้าง กฎเกณฑ์ เหมือนกลุ่มทางสังคม แต่กฎเกณฑ์ต่างๆ ทางสมาชิกกลุ่มเป็นคนกำหนดเองภายใต้บริบทของกลุ่ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาชนมีทัศนคตที่ดีกับผู้ติดเชื้อ และผู้ติดเชื้อได้รับการดูแล ให้คำแนะนำอย่างถูกต้องเหมาะสมในเรื่องอาหาร อาหารเสริม การปฏิบัติตัว การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และเพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อได้รับความเห็นใจจากชุมชน สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งกล่าวได้ว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบเองก็ต้องมีกำลังใจ ที่จะต่อสู้โรคนี้ แต่บางครั้งสภาพร่างกายของผู้ติดเชื้อไม่ได้แข็งแรงตามสภาพจิตใจเสมอไป จึงจำเป็นต้องรับการบำบัดรักษาทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ควบคู่กันไป ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มมีกิจกรรมที่ได้ดำเนินการร่วมกันเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ติดเชื้อ จึงมีการกำหนดกิจกรรมดูแลผู้ติดเชื้อภาคกลางวัน (Day care center) เป็นประจำทุกเดือน ทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน ณ สถานีอนามัย โดยมีหน่วยงานองค์กรต่างๆ เข้ามาร่วมจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลแม่จัน และสถานีอนามัยให้ความรู้ในการดูแลตนเอง  ความรู้ทางด้านสุขศึกษาบริการตรวจสุขภาพ การให้ความรู้ในการเลือกใช้สมุนไพรบำบัด ผลิตสมุนไพรทานเองภายในกลุ่ม ผลิตยาต้านไวรัสส่งให้กับโรงพยาบาลของรัฐ มีการควบคุมดูแลโดยเภสัชกร พัฒนาสังคม เข้ามาร่วมแจ้งข่าวสารที่มีประโยชน์ต่อผู้ติดเชื้อโดยตรง นอกจากนี้แล้วกลุ่มผู้ติดเชื้อเองก็ได้ริเริ่ม กำหนดกิจกรรมของกลุ่ม เช่น การเสนอทางเลือกการออกกำลังกายด้วยวิธีที่เหมาะสม การจัดตั้งกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนโดยมีการจับคู่ดูแลสุขภาพซึ่งกันและกัน เช่น สอบถามสุขภาพ    การเตือนทานยาต้าน การออกกำลังกายที่บ้าน การออกเยี่ยมบ้านผู้ติดเชื้อที่ไม่สามารถเดินทางมาทำกิจกรรมร่วมกันได้ โดยมีอบต.แม่ฟ้าหลวงเป็นผู้อำนวยความสะดวก ต่อต่อประสานงาน สนับสนุนงบประมาณ มอบทุนการศึกษา จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ในวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี

จากการดำเนินโครงการเป็นการจุดประกาย เปิดพื้นที่ให้ประชาชนโดยทั่วไปที่อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อในหมู่บ้าน ในชุมชน ได้เปิดใจ รับรู้ เข้าใจ อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมทำกิจกรรม เป้าหมายในการดูแลผู้ติดเชื้อที่ครอบคลุม มิติองค์รวม 4 มิติ คือ ร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ ที่แสดงให้เห็นว่าภาคส่วนต่างๆ ไม่ได้ทอดทิ้งกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม แต่ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีพื้นที่ในการเสนอแนะ พูดคุย จัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากความต้องการของสมาชิกกลุ่มดอกบัวขาว มีความตระหนักในการสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น จึงมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ลดการเสียชีวิตจากภาวะโรคแทรกซ้อนได้มากกว่าร้อยละ 80 เพื่อเสริมแรง ให้กำลังใจ และให้ผู้ติดเชื้อสามารถดำรงชีพได้อย่างเป็นปกติสุข